คอนโดฯป่วนติดบ่วงอีไอเอ ร้องพิจารณาช้า

คอนโดฯป่วนติดบ่วงอีไอเอ ร้องพิจารณาช้า

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

 “อีไอเอ”ป่วนอสังหาฯผู้ประกอบการร้องต้นเหตุทำโครงการล่าช้า เหตุเผชิญสารพัดปัญหา จำนวนโครงการที่รอการพิจารณามาก บอร์ดสิ่งแวดล้อมพิจารณาช้า

ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ร้องจากปัญหาการยื่นรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ผลส่งให้การพัฒนาโครงการของผู้ประกอบการหลายรายต้องหยุดชะงัก แม้กระทั่งผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์พัฒนาคอนโดมิเนียมมาอย่างยาวนาน ทำให้ที่ผ่านมาหลายโครงการถูกตีกลับมาทำใหม่ ทำให้ระยะเวลาในการดำเนินการอีไอเอยาวนานเฉลี่ย 6 เดือน ไปถึง 1 ปี ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น ไปจนถึงไม่สามารถพัฒนาโครงการได้

แหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า การยื่นรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ในปัจจุบัน จากจำนวนโครงการที่ยื่นขอมีจำนวนมาก จากเดิมปีละ 170 โครงการ ปัจจุบันสถิติอยู่ที่ 300-400 โครงการ เมื่อเทียบกับจำนวนบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการจัดทำอีไอเอ เรื่องบ้านและคอนโดมิเนียม ซึ่งมีเพียง 20 ราย ในจำนวนนี้เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญราว 10 บริษัทเท่านั้น ทำให้การพิจารณาล่าช้า ขณะที่ทุกโครงการอสังหาฯต้องการความรวดเร็ว เพราะมีผลต่อต้นทุนการดำเนินงาน ก่อสร้างต่อเนื่อง จึงทำให้บริษัทจัดทำอีไอเอบางราย เรียกรับเงินค่าดำเนินการในอัตราที่สูงมาก จาก 3 แสนบาทเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา เป็น 6-7 แสนบาทในปัจจุบัน บางโครงการสูงถึงหลัก 1 ล้านบาท

แกรนด์ยูฯติดหล่ม2โครงการ

นายวรวรรต ศรีสอ้าน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV ผู้ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีตระกูลสิริวัฒนภักดีเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ กล่าวถึงผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวว่า เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อแผนพัฒนาโครงการ ในแง่การบริหารเวลาและการบริหารต้นทุน มากพอสมควร โดยเฉพาะหากการพิจารณาอนุมัติล่าช้า จะยิ่งทำให้ตารางเวลาการพัฒนาโครงการได้รับผลกระทบ ตามไปด้วย เนื่องจากหากยื่นขออนุญาตไปแล้ว มีข้อท้วงติงจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ต้องกลับมาพิจารณาแก้ไขและยื่นเรื่องขออนุญาตเข้าไปใหม่ ทำให้เสียเวลา

สำหรับบริษัทแกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ยูวี พัฒนาคอนโด ในแบรนด์คอนโด ยู และ ยู ดีไลท์ ที่ผ่านมามีประสบการณ์ในการยื่นขออนุญาตรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ต้องยื่นและกลับมาแก้ไขโดยเฉลี่ย 2 รอบ แต่ละรอบใช้เวลารอบละ 45 วันทำให้เสียเวลาพอสมควร บางโครงการอาจใช้เวลามากกว่านี้ หากมีข้อท้วงติงมาก ซึ่งในมุมของผู้ประกอบการ เชื่อว่าทุกคนพยายาม ออกแบบและพัฒนาทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว เมื่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม มีข้อท้วงติงก็พยายามแก้ไขให้เต็มที่ แม้เสียเวลาก็ต้องยอม

ล่าสุด มีโครงการที่อยู่ระหว่างยื่นขออนุญาตอีไอเอ 2-3 โครงการ และยอมรับว่ามี 2 โครงการ ที่ยังไม่ผ่านอีไอเอ ที่ต้องชี้แจงลูกค้า คือ โครงการ คอนโด ยู พหลโยธิน 23 และโครงการยู ดีไลท์ พหลโยธิน 23 ซึ่งมีลูกค้าจองซื้อเบื้องต้นไว้ เกือบ 700 ราย

สวล.ติงถนนแคบ-เพิ่มความร้อน

โดยทั้งสองโครงการ ก่อสร้างเป็นอาคารโลว์ไรส์สูง 8 ชั้นรูปตัวแอล ยืนยันว่าออกแบบโดยยึดกรอบตามกฎหมายควบคุมอาคาร และ พ.ร.บ.ผังเมืองรวมกทม. อย่างถูกต้อง พร้อมจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากบริษัทที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ซึ่งมั่นใจเรื่องความถูกต้อง จึงดำเนินการตามปกติ แต่ก็ยังติดขัดตามข้อท้วงติง ของคณะกรรมการที่แสดงความกังวล เรื่องถนนเข้าออกค่อนข้างแคบ เมื่อเปิดโครงการจะมีปัญหาการเข้า-ออกหรือไม่

อีกหนึ่งประเด็น คือ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม มีข้อกังวลว่าเมื่อเปิดใช้อาคารแล้ว จะมีปัญหาเรื่องความร้อนจากเครื่องปรับอากาศ จะเพิ่มความร้อนให้กับสภาพแวดล้อมหรือไม่ ซึ่งผู้บริหารยูวี ยืนยันว่า มีผลยืนยันจากการทดสอบเชิงเทคนิคว่า ผลกระทบจากการใช้เครื่องปรับอากาศ หากใช้พร้อมกันเพิ่มความร้อนไม่เกิน 1 องศา ซึ่งก็ต้องทำเรื่องชี้แจงไป

อย่างไรก็ดี ในวันอาทิตย์ 13 ต.ค. นี้ แกรนด์ ยูนิตี้ ผู้พัฒนาโครงการ ได้นัดให้ลูกค้าทั้ง 2 โครงการที่ติดปัญหาดังกล่าว มาประชุมเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงของปัญหา และหารือร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะขณะนี้ เรื่องยังอยู่ที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม

“ตอนนี้ยังไม่ได้สรุปว่า จะไม่ทำโครงการต่อและคืนเงินลูกค้า แต่จะนัดมาหารือก่อนว่าลูกค้าต้องการอย่างไร ทางบริษัททำอะไรให้ได้บ้าง และเรื่องของอีไอเอขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนไหน” ผู้บริหารยูวี ย้ำและว่า หากท้ายที่สุดแล้วมีข้อตกลงว่า จะไม่ทำโครงการ ทางบริษัทก็จะคืนเงินให้ลูกค้า พร้อมดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่ลูกค้าได้วางเงินจองเข้ามา ทุกอย่างจะทำแบบเปิดเผยอยู่แล้ว ขอให้ลูกค้ามั่นใจได้”

ส่วนแนวทางแก้ปัญหาในเรื่องนี้ เชื่อว่ามีทางออกว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้ผ่านอีไอเอ หากปรับแบบแล้วสามารถดำเนินการได้ ก็ยินดีทำ แต่ด้วยขนาดพื้นที่ ซึ่งมีแปลงที่ดิน 9 ไร่ ทั้งสองโครงการ หากปรับแบบจะทำให้มีพื้นที่ใช้สอยลดลง ขณะที่ก่อสร้างเท่าเดิม ส่วนต้นทุนการก่อสร้างเพิ่มขึ้นเนื่องจากระยะเวลาเพิ่ม ซึ่งจะไม่สามารถทำราคาขายที่ 2-3 ล้านบาทต่อยูนิตได้ สุดท้ายไม่สามารถพัฒนาได้เช่นกัน

“เรื่องนี้จึงต้องมาหารือกันก่อน ระหว่างบริษัทและลูกค้า ตามที่แจ้งไว้ ซึ่งบริษัทยืนยันได้ว่าจะหาทางออกดีที่สุด ให้กับลูกค้า และความเป็นไปได้ทางธุรกิจ”

ด้าน นายกิตติ ธนากิจอำนวย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้นำโครงการโนเบิล ยูไนท์ จรูญเวียง-สุรศักดิ์ ซึ่งเป็นโครงการเก่าที่เปิดขายไปเมื่อเดือนก.ย. 2554 แต่มีปัญหาเรื่องไม่ผ่านอีไอเอเพราะพื้นที่สีเขียวไม่เพียงพอตามเกณฑ์ใหม่ จากเดิมที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม อนุโลมให้สามารถนำพื้นที่สีเขียวภายในอาคารมานับรวมได้ แต่ภายหลังยกเลิกไป ดังนั้นบริษัทจึงได้ปรับรูปแบบอาคารให้มีขนาดเล็กลง เพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างรอบอาคาร แต่เพิ่มความสูงอาคารจากเดิม 30 ชั้น เป็น 32 ชั้น ซึ่งเชื่อว่า “โนเบิล รีโว สีลม” จะผ่านอีไอเออย่างแน่นอน

พฤกษา เล็งปรับแบบ “เดอะซี้ด อะตอม”

ด้าน นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม บริษัทพฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทตัดปัญหาไม่ผ่านอีไอเอสในโครงการ เดอะซี้ด อะตอม บนถนนอารีย์ ซอย 4 ฝั่งเหนือ โดยวางแผนพัฒนาเป็น 2 อาคารสูง 37 ชั้น และ 20 ชั้น ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.2 ล้านบาท เนื่องจากไม่ผ่านประชาพิจารณ์จากประชาชนรอบข้าง ซึ่งในซอยดังกล่าวนอกจากโครงการของบริษัทแล้วยังมีโครงการของ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) อีก 1 โครงการที่ไม่ผ่านอีไอเอเช่นกัน ทั้งนี้บริษัทมีแผนที่จะปรับแบบให้เป็นอาคารสูงเพียง 7 ชั้น แต่จะเพิ่มราคาขายต่อตารางเมตรตามภาวะตลาดและการก่อสร้าง

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมาสมาคมอาคารชุดไทย ได้ทำหนังสือต่อนายสันติ บุญประดับ เลขาคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมในขณะนั้น ซึ่งปัจจุบันได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว ใน 2 ประเด็นได้แก่ 1.ให้มีการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น 2.กำหนดหลักการพิจารณาให้ชัดเจนหรือออกเป็นคู่มือประกอบการจัดทำอีไอเอ

สผ.พิจารณาอีไอเอแค่ 105 วัน

ด้าน นายสนธิ คชวัฒน์ อนุกรรมการสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา อดีตเลขาธิการองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม บอกว่า กรณีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ร้องเรียน เรื่องการพิจารณาอีไอเอล่าช้าจนกระทบต่อธุรกิจนั้น ขณะนี้เห็นว่า ในส่วนการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ เป็นเรื่องที่ต้องปรับปรุงเพราะปัจจุบันอีไอเอที่เข้ามาให้ สผ.พิจารณามากกว่าถึง 600 โครงการต่อปีและในจำนวนนั้นประมาณ 80-90% เป็นอีไอเอของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ บ้าน คอนโด ซึ่งระยะเวลาในการพิจารณารวมทั้งหมดประมาณ 105 วัน

โดยแบ่งเป็นช่วงแรก สผ.ตรวจรับโครงการ 15 วัน ส่งไปที่คณะกรรมการผู้ชำนาญการอีก 45 วัน เมื่อมีคำถามจากคณะกรรมการจะส่งกลับไปให้บริษัทที่ปรึกษาแก้ไขและตอบโจทย์ ซึ่งกระบวนการตรงนี้ไม่นับเพราะบริษัทเจ้าของโครงการต้องทำรายงานเพื่อตอบข้อสงสัยทั้งหมด ซึ่งจะล่าช้าเนื่องจากคำถามของคณะกรรมการมีจำนวนมาก และเมื่อส่งกลับมาให้กรรมการพิจารณาใหม่อีก 45 วัน หากไม่ผ่านก็ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดจึงทำให้โครงการล่าช้า

” ปัญหาที่เอกชนร้องคือ การตั้งคำถามของ กรรมการซึ่งบางครั้งจะเป็นนักวิชาการเป็นส่วนใหญ่ทำให้มักจะตั้งคำถามเหมือนทำวิทยานิพนธ์ให้ไปคำนวณปริมาณซันเฟอร์ไดออกไซด์ในพื้นที่จอดรถว่าจะกระทบกับสุขภาพอย่างไรบ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และเมื่อบริษัทไม่สามารถตอบคำถามได้ก็ส่งผลให้อีไอเอไม่ผ่าน”

ชี้อีไอเอควรต้องแก้ไข

การแก้รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเรื่องที่สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมกำลังทบทวน เนื่องจากกฎหมายออกมาตั้งแต่ปี 2535 ซึ่งอาจต้องแก้ไขทั้งในเรื่องของเวลาพิจารณาและที่มาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการที่เดิมสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมเป็นผู้คัดเลือก โดยมักจะคัดเอาเพียงนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย ไม่ได้มีผู้ประกอบการเอกชนในด้านต่างๆ เข้ามาร่วมพิจารณา ทำให้คำถามที่คณะกรรมการผู้ชำนาญสงสัยจึงเป็นเรื่องทางวิชาการ ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่จำเป็นกับการศึกษาอีไอเอ ซึ่งเป็นเพียงรายงานประกอบการขอใบอนุญาตก่อสร้างเท่านั้น

ส่วนสถานภาพรายงานอีเอชไอเอ ที่เสนอเข้ามายัง สผ. สรุปข้อมูล เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2556 มีทั้งหมด 23 โครงการ แบ่งตามประเภทโครงการ ดังนี้ 1.กลุ่มปิโตรเคมี 7 โครงการ 2.กลุ่มเหมืองแร่ 1 โครงการ 3.กลุ่มพลังงาน 4 โครงการ 5.กลุ่มอุตสาหกรรม 8 โครงการ และ 6.แหล่งน้ำ 1 โครงการ ซึ่งก็คือโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ ซึ่งขณะนี้มีกระแสว่า คชก. จะลงมติให้ความเห็นชอบรายงานอีเอชไอเอในเร็ววันนี้

ที่มา (Content Credit) : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/property/property/20131009/535258/คอนโดฯป่วนติดบ่วงอีไอเอ-ร้องพิจารณาช้า.html

 

ส่งข้อมูลที่มีประโยชน์ถึงมือคุณโดย

วีแมท – vmat

ตัวแทนจำหน่ายวัสดุก่อสร้างคุณภาพชั้นนำ

บริษัท สร้างสรรสุข จำกัด (Creator of Bliss Co.,Ltd.)

083-4281415, 080-4519594, 02-2700341

info@vmat9.com

vmat_131109_vmat_main logo